อาสุภะ ๑๐

อสุภะ (asubha) แปลว่า ความไม่งาม เป็นกรรมฐานพิจารณาซากศพในระยะต่างๆ เพื่อให้จิตคลายราคะและความติดในรูปกาย เป็นกรรมฐานที่พระพุทธองค์ตรัสว่าเหมาะกับ ราคจริต

คำเตือน: กรรมฐานนี้แรง ผู้เริ่มฝึกควรมีครูบาอาจารย์แนะนำ — ฝึกไม่ถูกอาจทำให้เกิดความหดหู่หรือเกลียดชังกาย แทนที่จะคลายราคะ

๑๐ อาการแห่งซากศพ

๑. อุทธุมาตกะ — พองอืด

ศพที่พองด้วยลมในร่างกาย ๒-๓ วันหลังตาย ขยายและบิดเบี้ยว

๒. วินีลกะ — สีคล้ำเขียว

ศพที่สีผิวเปลี่ยน เป็นเขียวคล้ำ ขาว ม่วง ปะปนกัน

๳. วิปุพพกะ — มีน้ำเหลืองไหล

ศพที่ผิวแตก น้ำเหลืองและน้ำหนองไหลออก กลิ่นเหม็น

๔. วิจฉิททกะ — ขาดออกเป็นสองท่อน

ศพที่ถูกฉีกหรือผ่าออกจากกัน

๕. วิกขายิตกะ — ถูกสัตว์กัดกิน

ศพที่ถูกแร้ง สุนัข กิน บางส่วนหายไป

๖. วิกขิตตกะ — กระจัดกระจาย

ศพที่ชิ้นส่วนถูกแยกออกเป็นที่ๆ — มือที่หนึ่ง เท้าที่หนึ่ง

๗. หตวิกขิตตกะ — สับฟันกระจาย

ศพที่ถูกฟันสับ และชิ้นกระจาย

๘. โลหิตกะ — เปื้อนเลือด

ศพที่อาบเลือด เลือดแห้งคราบ

๙. ปุฬุวกะ — มีหนอน

ศพที่หนอนเดือดทั้งภายในและภายนอก

๑๐. อัฏฐิกะ — โครงกระดูก

ศพที่เหลือแต่กระดูก ขาวบ้าง สีพิงค์บ้าง

วิธีพิจารณา

๑. ดูสภาพ (ถ้ามีโอกาส) หรือใช้ภาพ หรือนึกในใจตามที่พระอาจารย์อธิบาย ๒. เห็นทุกข์-อนัตตา — ร่างกายที่เคยน่ารัก ตอนนี้ไม่น่ายินดี ๓. ย้อนพิจารณาตน — กายของเราเองก็จะเป็นเช่นนี้ ไ. อยู่กับนิมิตที่จิตจดจำได้ จนเป็นปฏิภาคนิมิต

ขั้นนิมิตสภาพ
อุคคหนิมิตจำภาพศพได้แม่นแม้หลับตา
ปฏิภาคนิมิตภาพที่ใจสร้างขึ้น ใส คงที่ บังคับได้

ผลที่ได้

  • คลายราคะ — เห็นชัดว่ารูปกายไม่เที่ยง ไม่งาม
  • สมาธิระดับปฐมฌาน
  • เป็นฐานวิปัสสนา — เห็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ของรูปกายชัด

ความสัมพันธ์กับสติปัฏฐาน ๔

อสุภะอยู่ในหมวด กายานุปัสสนา ของสติปัฏฐาน ๔ — เป็นบรรพ "นวสีวถิกา" (ป่าช้า ๙ ระยะ ในบาง textuual แบ่งเป็น ๙ บางที่ ๑๐)

ข้อพึงระวัง

  • ห้ามไปป่าช้าคนเดียว ตอนเริ่มฝึก
  • อย่าฝึกตอนใจหดหู่ — อาจซ้ำเติม
  • ความเป้าหมาย: คลายราคะ ไม่ใช่เกลียดกาย
  • หลังเห็นอสุภะแล้ว — กลับมาเจริญเมตตา (พรหมวิหาร) เพื่อให้จิตสมดุล

ภิกษุพิจารณากายอันไม่งาม ย่อมคลายความติด พ้นจากอำนาจของรูป