โพชฌงค์ ๗

โพชฌงค์ (bojjhaṅga) แปลว่า องค์แห่งการตรัสรู้ คือธรรม ๗ ประการที่เป็นเหตุให้บุคคลตรัสรู้สัจธรรม พระพุทธองค์ทรงตรัสว่าโพชฌงค์ ๗ เป็นปฏิปักษ์ของนิวรณ์ ๕ — เมื่อโพชฌงค์เจริญ นิวรณ์ย่อมระงับ

๗ องค์โพชฌงค์

๑. สติสัมโพชฌงค์ — สติ

ความระลึกได้ ตามดูธรรมในธรรม คอยกำกับให้กุศลธรรมเจริญและอกุศลธรรมเสื่อม เป็นองค์ที่ต้องเจริญก่อน เพราะเป็นรากฐานของโพชฌงค์อื่น

๒. ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ — การเลือกเฟ้นธรรม

การพิจารณาแยกแยะกุศล-อกุศล ดี-ชั่ว ถูก-ผิด ด้วยปัญญา เมื่อสติมี จิตจะเริ่มเห็นและตัดสินธรรมที่ปรากฏได้

๓. วิริยสัมโพชฌงค์ — ความเพียร

ความเพียรประคองกุศลและละอกุศลอย่างต่อเนื่อง ไม่ท้อ ไม่หย่อน

๔. ปีติสัมโพชฌงค์ — ความอิ่มใจ

ปีติที่ไม่ประกอบด้วยกาม เกิดจากการเห็นธรรม เป็นกำลังใจให้ปฏิบัติต่อไป

๕. ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ — ความสงบ

ความสงบกาย-ใจ จากปีติที่ค่อยๆ ละเอียดลง กายผ่อนคลาย จิตเบาสบาย

๖. สมาธิสัมโพชฌงค์ — สมาธิ

ความตั้งมั่นของจิต อยู่กับอารมณ์เดียวอย่างมั่นคง เป็นฐานของปัญญาเห็นแจ้ง

๗. อุเบกขาสัมโพชฌงค์ — ความวางเฉย

จิตเป็นกลาง ไม่ยึดในสุข-ทุกข์ ไม่เอียงไปข้างใด เป็นยอดของโพชฌงค์ทั้งปวง

ลำดับการเจริญ

โพชฌงค์เจริญเป็นลำดับเหมือนน้ำท่วมที่สูง

  • สติ → ธัมมวิจัย (เห็นธรรมแยกแยะได้)
  • ธัมมวิจัย → วิริยะ (เพียรในสิ่งที่เลือกแล้ว)
  • วิริยะ → ปีติ (อิ่มใจที่ได้ก้าวหน้า)
  • ปีติ → ปัสสัทธิ (สงบลง)
  • ปัสสัทธิ → สมาธิ (ตั้งมั่น)
  • สมาธิ → อุเบกขา (วางเฉยที่ละเอียดสุด)

โพชฌงค์ กับ นิวรณ์

โพชฌงค์ระงับนิวรณ์
สติ + ธัมมวิจัยวิจิกิจฉา (ความสงสัย)
วิริยะ + ปีติถีนมิทธะ (หดหู่ง่วงซึม)
ปัสสัทธิ + สมาธิอุทธัจจกุกกุจจะ (ฟุ้งซ่าน)
อุเบกขากามฉันทะ พยาบาท

การปฏิบัติ

  • เจริญ สติปัฏฐาน ๔ เป็นพื้นฐาน — โพชฌงค์เกิดเองตามลำดับ
  • ในเวลานั่งสมาธิ ให้สังเกตว่าโพชฌงค์ใดเด่น โพชฌงค์ใดอ่อน
  • ถ้าจิตหดหู่ — เจริญธัมมวิจัย วิริยะ ปีติ
  • ถ้าจิตฟุ้ง — เจริญปัสสัทธิ สมาธิ อุเบกขา

ภิกษุทั้งหลาย เมื่อเจริญโพชฌงค์ ๗ ทำให้มาก ย่อมยังวิชชาและวิมุตติให้บริบูรณ์