เหตุสมปรารถนา (สังขารูปปัตติสูตร)
คนเรามีความปรารถนาต่างกัน บางคนอยากเกิดดีมีสุข บางคนอยากเป็นเทวดา บางคนอยากบรรลุธรรมเป็นโสดาบัน และบางคนตั้งใจไกลถึงขั้นเป็นพระพุทธเจ้า
พระพุทธศาสนาไม่ได้สอนให้สมหวังด้วยการอ้อนวอน แต่สอนว่าทุกความปรารถนามีเหตุของมัน อยากได้ผลใด ต้องลงมือทำเหตุของผลนั้น นี่คือใจความของเรื่องเหตุสมปรารถนา
หลักการ — ปรารถนาเฉยๆ ไม่พอ
ในอิฏฐสูตร (อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต เล่มที่ ๒๒) ทรงแสดงสิ่งที่คนทั่วไปอยากได้ ๕ อย่าง คือ อายุ วรรณะ สุข ยศ และการเกิดในสวรรค์
ทรงชี้ว่าสิ่งเหล่านี้ ไม่อาจได้มาด้วยการปรารถนาหรืออ้อนวอนเฉยๆ ถ้าได้ด้วยการอ้อนวอน ใครๆ ก็คงสมหวังกันหมด แต่ต้องได้ด้วยการลงมือปฏิบัติข้อปฏิบัติที่เป็นเหตุของผลนั้นโดยตรง
กลไก — ๕ ธรรม แล้วน้อมจิต
สังขารูปปัตติสูตรอธิบายว่า ผู้ที่ประกอบด้วยคุณธรรมพื้นฐาน ๕ อย่าง แล้วน้อมจิตไปในภพหรือภาวะที่ตนปรารถนา ความปรารถนานั้นย่อมมีทางสำเร็จ เพราะมีทั้งเหตุที่พอเหมาะ และการอบรมจิตให้โน้มไปทางนั้น
คุณธรรม ๕ อย่างนั้นคือ
- ศรัทธา — ความเชื่อที่มีเหตุผล
- ศีล — ความประพฤติที่สะอาด
- สุตะ — การได้ฟังได้เรียนมามาก
- จาคะ — ความเสียสละแบ่งปัน
- ปัญญา — ความรู้เห็นตามจริง
ยิ่งเป้าหมายสูง คุณธรรมเหล่านี้ยิ่งต้องแก่กล้าขึ้น และต้องเสริมด้วยเหตุเฉพาะของแต่ละเป้าหมาย
ไล่เป้าหมายทีละขั้น พร้อมเช็กลิสต์
บันไดความปรารถนา
แต่ละขั้น ทำเหตุอะไร และทำได้แค่ไหน
เป้ายิ่งสูง เหตุยิ่งประณีต
ละสังโยชน์ครบ ๑๐
ละสังโยชน์เบื้องต่ำ ๕
ราคะ โทสะ โมหะ เบาบาง
ละสังโยชน์ ๓
เช็กลิสต์ โสตาปัตติยังคะ ๔
๕ ธรรม + น้อมจิต
ไม่ใช่เช็กลิสต์รายวัน แต่เป็นการตั้งจิตและสั่งสมบารมี ๑๐ ข้ามภพข้ามชาติ
เกิดดี / เป็นเทวดา-พรหม
เหตุ — ทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา แล้วน้อมจิตไปยังภพที่ปรารถนา ถ้าเล็งชั้นพรหม ต้องเสริมด้วยฌานและพรหมวิหาร (ดู พรหมวิหาร ๔)
เช็กลิสต์
- มีศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เป็นพื้น
- สั่งสมบุญสม่ำเสมอ
- น้อมจิตระลึกถึงภพที่ปรารถนาบ่อยๆ
ทำได้แค่ไหน — ทำได้ เป็นเป้าหมายระดับพื้นฐานที่ฆราวาสเข้าถึงได้
โสดาบัน
นี่คือขั้นที่มีเช็กลิสต์ชัดที่สุด เรียก โสตาปัตติยังคะ ๔ หรือองค์เครื่องบรรลุโสดา (สังยุตตนิกาย โสตาปัตติสังยุต เล่มที่ ๑๙)
เช็กลิสต์ ๔ ข้อ
- คบสัตบุรุษ (สัปปุริสสังเสวะ) — อยู่ใกล้กัลยาณมิตรผู้รู้จริง
- ฟังสัทธรรม (สัทธัมมัสสวนะ) — ฟังและอ่านธรรมที่ถูกตรง
- โยนิโสมนสิการ — พิจารณาโดยแยบคาย สาวไปหาเหตุ
- ธัมมานุธัมมปฏิบัติ — ลงมือปฏิบัติให้สมควรแก่ธรรม
เครื่องวัดว่าถึงแล้ว — ละ สังโยชน์ ๓ ได้ คือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา และสีลัพพตปรามาส พร้อมมีความเลื่อมใสไม่หวั่นไหวในพระรัตนตรัย และมีศีลที่พระอริยะพอใจ
ทำได้แค่ไหน — ทำได้จริงในชาตินี้ แม้เป็นฆราวาส เพราะเหตุทั้ง ๔ เป็นสิ่งที่ลงมือได้ทันทีในชีวิตประจำวัน
สกทาคามี และ อนาคามี
เหตุ — เดินมรรคต่อจากโสดาบัน ด้วยการเจริญสติและปัญญาให้แก่กล้าขึ้น
- สกทาคามี — ทำราคะ โทสะ โมหะ ให้เบาบางลง
- อนาคามี — ละสังโยชน์เบื้องต่ำได้ครบ ๕ (เพิ่มกามราคะและปฏิฆะ)
เช็กลิสต์ — กรอบเดียวกับโสดาบัน แต่เน้นภาวนาเข้มข้นขึ้น ลดละกิเลสที่ละเอียดขึ้น
ทำได้แค่ไหน — ทำได้ แต่ต้องภาวนาเข้มข้น เกินกว่าระดับเช็กลิสต์ในชีวิตประจำวันทั่วไป
อรหันต์ (สาวกโพธิ)
เหตุ — เจริญ มรรคมีองค์ ๘ เต็มกำลัง จนละสังโยชน์ได้ครบ ๑๐ รวมทั้งเบื้องสูง คือ รูปราคะ อรูปราคะ มานะ อุทธัจจะ และอวิชชา
ทำได้แค่ไหน — ทำได้ ผ่านกรอบมรรค แต่ยากและต้องอุทิศตนเต็มที่
พุทธภูมิ
เป็นเป้าหมายสูงสุดและต่างจากขั้นอื่น เพราะไม่ใช่เช็กลิสต์รายวัน แต่เป็นการตั้งความปรารถนาและสั่งสม บารมี ๑๐ ข้ามภพข้ามชาติเป็นเวลายาวนาน (ดู พุทธวงศ์)
บารมี ๑๐ — ทาน ศีล เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน เมตตา อุเบกขา
ทำได้แค่ไหน — เป็นไปได้ แต่ใช้เวลายาวนานนับอสงไขย จึงเป็นทิศทางของชีวิต มากกว่าจะเป็นรายการที่ทำเสร็จได้ในชาติเดียว
สรุปเป็นเข็มทิศ
ไม่ว่าจะปรารถนาขั้นไหน หลักเดียวกันคือ ตั้งเป้าให้ชัด แล้วลงมือทำเหตุของเป้านั้น เป้ายิ่งสูง เหตุยิ่งต้องมากและประณีตขึ้น แต่ทุกขั้นเริ่มจากฐานเดียวกัน คือศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา
หมายเหตุเชิงวิชาการ
เนื้อหาหลักอิงสังขารูปปัตติสูตร และอิฏฐสูตร ส่วนองค์เครื่องบรรลุโสดาและการละสังโยชน์อิงโสตาปัตติสังยุต แหล่งอ้างอิงระบุไว้ที่ระดับเล่มตามแนวทางของเว็บไซต์
ส่วนเรื่องพุทธภูมิ รายการ ธรรมสโมธาน ๘ (เงื่อนไขที่ทำให้คำปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้าสำเร็จ เช่น เป็นมนุษย์ เป็นเพศชาย มีอุปนิสัยถึงอรหันต์ พบพระพุทธเจ้า เป็นบรรพชิต ถึงพร้อมด้วยคุณ ทำอธิการ และมีฉันทะ) และ ระยะเวลาบำเพ็ญบารมีนับอสงไขย เป็นเนื้อหาในชั้น อรรถกถา (พุทธวงศ์อรรถกถา) มิใช่ข้อความตรงจากพระสูตรที่อ้างถึง และจัดเป็นเรื่องอจินไตยในแง่กำหนดเวลา ดู อจินไตย ๔ ประกอบ