อสัตบุรุษ
อสัตบุรุษคือคนไม่ดี เป็นคำตรงข้ามกับสัตบุรุษซึ่งแปลว่าคนดีหรือคนสงบ พระพุทธศาสนาให้ความสำคัญกับการรู้จักคนสองแบบนี้ ไม่ใช่เพื่อตัดสินผู้อื่น แต่เพื่อเลือกคบให้เป็น และเพื่อสำรวจว่าตัวเรากำลังเดินไปทางไหน
ในจูฬปุณณมสูตร ทรงตั้งข้อสังเกตที่น่าคิดว่า อสัตบุรุษมักไม่รู้จักว่าใครเป็นอสัตบุรุษ และไม่รู้จักว่าใครเป็นสัตบุรุษ เพราะคนเราเห็นผู้อื่นผ่านสายตาของตนเอง ผู้ที่ภายในเป็นอย่างไร ก็มักมองโลกไปตามนั้น
คุณสมบัติภายใน
อสัตบุรุษในความหมายนี้ คือผู้ประกอบด้วยธรรมฝ่ายต่ำที่เรียกว่าอสัทธรรม ซึ่งเป็นด้านตรงข้ามกับคุณธรรมพื้นฐานของคนดี
สัทธรรม ๗ เทียบ อสัทธรรม ๗
คุณธรรมพื้นฐานที่แยกสัตบุรุษจากอสัตบุรุษ
คุณธรรมเดียวกัน · คนละทิศ
ทั้งสองฝั่งไม่ใช่ป้ายถาวร — เพาะคุณธรรมฝั่งซ้ายขึ้นใหม่ ก็ค่อยๆ เคลื่อนจากอสัตบุรุษมาสู่สัตบุรุษได้
เรื่องหิริและโอตตัปปะซึ่งเป็นแกนสำคัญ ดูเพิ่มได้ที่ หิริ-โอตตัปปะ
ลักษณะที่แสดงออก
จูฬปุณณมสูตรชี้ว่าคุณสมบัติภายในย่อมแสดงออกมาเป็นแบบแผนของชีวิต อสัตบุรุษจึงสังเกตได้จากหลายด้านที่สอดคล้องกัน
๑. การเลือกมิตร
มักคบหาคนที่เป็นอสัตบุรุษด้วยกัน เพราะรสนิยมและทิศทางของใจดึงเข้าหากัน
๒. ความคิดและการปรึกษา
คิดและวางแผนไปในทางเบียดเบียน ทั้งเพื่อทำร้ายตน ทำร้ายผู้อื่น หรือทั้งสองฝ่าย
๓. วาจา
มักมีวจีทุจริต คือพูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ และพูดเพ้อเจ้อไร้สาระ
๔. การกระทำ
มักมีกายทุจริต คือเบียดเบียนชีวิต ถือเอาของที่เจ้าของไม่ให้ และประพฤติผิดในกาม
๕. ความเห็น
มักมีความเห็นผิด เช่น เห็นว่าทำดีทำชั่วไม่มีผล เหตุและผลของกรรมไม่มีจริง ความเห็นเช่นนี้เชื่อมโยงกับเรื่อง กรรม-วิบาก
๖. การให้และการเผื่อแผ่
แม้จะให้ ก็มักให้อย่างไม่เคารพ ให้อย่างทิ้งขว้าง หรือให้โดยไม่เชื่อว่าการให้มีผล
ปลายทางที่ต่างกัน
เมื่อแบบแผนของชีวิตต่างกัน ทิศทางเบื้องหน้าก็ย่อมต่างกันไปด้วย สัตบุรุษย่อมโน้มไปทางสุคติและความสงบ ส่วนอสัตบุรุษย่อมโน้มไปทางทุคติและความเดือดร้อน นี่ไม่ใช่การลงโทษจากภายนอก แต่เป็นผลตามธรรมชาติของเหตุที่สั่งสมไว้
เทียบกับสัตบุรุษ
จุดสำคัญของพระสูตรนี้ไม่ใช่การแบ่งคนเป็นพวกดีกับพวกเลวอย่างถาวร แต่ชี้ให้เห็นว่าความเป็นสัตบุรุษหรืออสัตบุรุษ ตั้งอยู่บนคุณธรรมและการกระทำที่เปลี่ยนแปลงได้
คนคนเดียวกันถ้าเริ่มมีศรัทธา มีหิริโอตตัปปะ ใฝ่เรียนรู้ ขยัน มีสติ และเจริญปัญญา ก็ค่อยๆ เคลื่อนจากฝั่งอสัตบุรุษมาสู่ฝั่งสัตบุรุษได้
การปฏิบัติ / การนำไปใช้
๑. ใช้เป็นกระจกส่องตน
แทนที่จะใช้รายการนี้ตัดสินผู้อื่น ให้ลองทาบกับตัวเอง ว่ามีด้านไหนที่ยังเอนไปทางอสัทธรรมบ้าง
๒. เลือกมิตรอย่างรู้เท่าทัน
มิตรมีอิทธิพลต่อทิศทางของใจมาก หลักการไม่คบคนพาลและคบบัณฑิต อยู่ใน มงคล ๓๘ และเรื่องมิตรแท้มิตรเทียมใน ทิศ ๖ (สิงคาลกสูตร)
๓. แก้ที่เหตุ ไม่ใช่ที่ฉลาก
ความเป็นอสัตบุรุษแก้ได้ที่การเพาะคุณธรรมขึ้นใหม่ ไม่ใช่การติดป้ายตัวเองหรือผู้อื่นว่าเป็นคนเลวตลอดไป
หมายเหตุเชิงวิชาการ
เนื้อหาหลักในบทความนี้อิงจูฬปุณณมสูตร และเรื่องอสัทธรรมที่เป็นด้านตรงข้ามกับสัทธรรมพื้นฐาน ระบุแหล่งไว้ที่ระดับเล่มตามแนวทางของเว็บไซต์ มิได้ระบุเลขข้อเพื่อหลีกเลี่ยงการอ้างที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ
รายละเอียดปลีกย่อยบางส่วน เช่น วิธีให้ทานของอสัตบุรุษ มีกล่าวไว้ในพระสูตรหมวดอื่นด้วย บทความนี้นำมาเสริมเพื่อให้เห็นภาพรวม มิใช่ว่าทุกข้อปรากฏรวมอยู่ในพระสูตรเดียว