ปาฏิโมกข์ (Overview)
ปาฏิโมกข์ (pātimokkha) แปลว่า เครื่องป้องกัน เป็นรวบรวมศีลของพระภิกษุที่พระพุทธองค์ทรงบัญญัติไว้ในวินัยปิฎก ทุกกึ่งเดือน (วันอุโบสถ) พระสงฆ์ต้องประชุมและสวด ปาฏิโมกขุทเทส (อ่านศีล) เพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์
มี ๒ ฉบับ
- ภิกขุปาฏิโมกข์ — ๒๒๗ ข้อ
- ภิกขุนีปาฏิโมกข์ — ๓๑๑ ข้อ (ปัจจุบันนิกายเถรวาทไม่มีภิกษุณีแล้ว)
๒๒๗ ข้อภิกขุปาฏิโมกข์ — แบ่งเป็น ๘ หมวด
๑. ปาราชิก ๔ ข้อ — ขาดจากความเป็นภิกษุ
ทำผิดแม้ข้อเดียว = ขาดจากพระทันที กลับมาเป็นภิกษุไม่ได้ในชาตินี้
- ๑. เสพเมถุน — มีเพศสัมพันธ์
- ๒. ลักทรัพย์ ตั้งแต่ ๕ มาสกขึ้นไป
- . ฆ่ามนุษย์ หรือสรรเสริญการตาย
- ๔. อวดอุตริมนุสธรรม (อ้างว่าได้ฌาน/มรรคผลทั้งที่ไม่ได้)
๒. สังฆาทิเสส ๑๓ ข้อ — ขาดจากความบริสุทธิ์ แก้ได้ด้วยสงฆ์
ผิด → ต้องเข้าปริวาส (กักบริเวณ) แล้วสงฆ์อย่างน้อย ๒๐ รูปทำสังฆกรรมรับคืน
- ปล่อยสุกกะ (น้ำกาม) โดยเจตนา
- ถูกต้องกายหญิงด้วยกามฉันท์
- พูดเกี้ยวพาราสีหญิง
- พูดให้หญิงบำเรอตน
- ชักสื่อระหว่างชาย-หญิง
- สร้างกุฏิเกินขนาด
- กล่าวอักษรหาเรื่องผู้บริสุทธิ์
- (ฯลฯ)
. อนิยต ๒ ข้อ — ไม่แน่ ขึ้นกับพยาน
อยู่กับหญิง ๒ ต่อ ๒ ในที่ลับ — โทษขึ้นกับพยาน
๔. นิสสัคคียปาจิตตีย์ ๓๐ ข้อ — ต้องสละของ + แสดงอาบัติ
เกี่ยวกับการครอบครองของเกินกำหนด — เช่น
- มีผ้าจีวรเกิน ๑๐ วันไม่ทำพินทุ
- รับเงินทอง
- ค้าขาย
- มีอกาลจีวรเก็บเกิน ๑ เดือน
๕. ปาจิตตีย์ ๙๒ ข้อ — แสดงอาบัติเฉยๆ
หมวดใหญ่สุด ครอบคลุมพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน
- พูดเท็จ
- ดูถูก
- ส่อเสียด
- บอกใบ้ความผิด
- พูดคุยกับสตรี ๒ ต่อ ๒
- ดื่มน้ำมีตัวสัตว์
- (ฯลฯ ๙๒ ข้อ)
๖. ปาฏิเทสนียะ ๔ ข้อ — แสดงอาบัติเมื่อรับของผิด
เช่น รับอาหารจากภิกษุณีในละแวกบ้าน
๗. เสขิยวัตร ๗๕ ข้อ — มารยาท
ระเบียบมารยาทในการประพฤติ
- การห่มจีวร
- การเดินบิณฑบาต
- การฉันอาหาร
- การแสดงธรรม
- การสรงน้ำ
๘. อธิกรณสมถ ๗ ข้อ — วิธีระงับอธิกรณ์
วิธีการระงับข้อพิพาทในหมู่สงฆ์ ๗ วิธี
รวมเป็นตาราง
| หมวด | จำนวน | โทษ |
|---|---|---|
| ปาราชิก | ๔ | ขาดจากพระ |
| สังฆาทิเสส | ๑๓ | สงฆ์รับคืน |
| อนิยต | ๒ | ขึ้นกับพยาน |
| นิสสัคคียปาจิตตีย์ | ๓๐ | สละของ + แสดง |
| ปาจิตตีย์ | ๙๒ | แสดงอาบัติ |
| ปาฏิเทสนียะ | ๔ | แสดงอาบัติ |
| เสขิยวัตร | ๗๕ | (มารยาท) |
| อธิกรณสมถ | ๗ | (วิธีระงับ) |
| รวม | ๒๒๗ |
เป้าหมายของปาฏิโมกข์
พระพุทธองค์ตรัสว่าปาฏิโมกข์มีไว้เพื่อ
- ความเป็นผาสุกของหมู่สงฆ์
- ความปฏิบัติเรียบร้อยของหมู่สงฆ์
- ปกป้องภิกษุที่ทำผิด (ให้สำนึก)
- ปกป้องภิกษุที่ดี (ให้ไม่ถูกใส่ร้าย)
- คลายอาสวะในปัจจุบัน
- ป้องกันอาสวะในอนาคต
- ทำผู้ไม่เลื่อมใสให้เลื่อมใส
- เพิ่มความเลื่อมใสของผู้เลื่อมใสแล้ว
- ดำรงพระสัทธรรม
- เกื้อกูลวินัย
พิธีอุโบสถ (สวดปาฏิโมกข์)
ทุกครึ่งเดือน (ขึ้น ๑๕ ค่ำ และแรม ๑๔/๑๕ ค่ำ) สงฆ์อย่างน้อย ๔ รูปประชุมในสีมา
- ภิกษุที่มีอาบัติแสดงก่อน
- ภิกษุรูปหนึ่งสวด ปาฏิโมกข์ทั้ง ๒๒๗ ข้อ
- เป็นการตรวจสอบความบริสุทธิ์ของหมู่
- ใครต้องอาบัติแล้วไม่แสดง = บาปทบเท่าทวี
ความสำคัญต่อพระธรรมวินัย
ก่อนปรินิพพาน พระพุทธองค์ตรัสว่า
โย โว อานนฺท มยา ธมฺโม จ วินโย จ เทสิโต ปญฺญตฺโต โส โว มมจฺจเยน สตฺถา ดูก่อนอานนท์ ธรรมและวินัยใดที่เราแสดงและบัญญัติแล้วแก่พวกเธอ ธรรมและวินัยนั้นจะเป็นศาสดาของพวกเธอเมื่อเราล่วงไปแล้ว
ปาฏิโมกข์จึงเป็น "พระศาสดา" ในรูปของวินัย ของพระสงฆ์ทุกยุคสมัย
สำหรับฆราวาส
- ปาฏิโมกข์เป็นวินัยของพระ — ฆราวาสไม่ต้องท่อง
- เข้าใจไว้เพื่อความเคารพ — รู้ว่าพระต้องอยู่ในข้อจำกัดเช่นนี้
- อย่าทำสิ่งที่ทำให้พระต้องอาบัติ — เช่น สัมผัสภิกษุ ถวายเงินทองโดยตรง
- รักษา ศีล ๕ / ๘ ให้ดีในฐานะของตน
วินัยเป็นไปเพื่อความตั้งมั่นของสัทธรรม สัทธรรมตั้งอยู่ได้นานเพราะวินัย